พรรณไม้ต่างๆ การปลูกต้นไม้

Archive for February, 2013

ผลกระทบจากโลกร้อนต่อพรรณไม้

Tuesday, February 26th, 2013

นัก ฟิสิกส์ทะเลน้ำแข็งบนกระดานสอบสวนว่าทำไมสาหร่ายน้ำแข็งสามารถเจริญเติบโต ภายใต้การทำให้ผอมบางน้ำแข็งทะเลอาร์กติกและวิธีการที่พวกเขายังอาจสูญเสีย ถิ่นที่อยู่ของอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเพิ่มขึ้นน้ำแข็งละลาย พวกเขามุ่งมั่นที่ความหนาของน้ำแข็งที่มีการไต่สวนไฟฟ้าลากโดยเฮลิคอปเตอร์ และ drillings น้ำแข็ง พวกเขายังใช้หุ่นยนต์ใต้น้ำ (ROV) เพื่อดูน้ำแข็งจากด้านล่างและการวัดวิธีการมากแสงแทรกซึมผ่านน้ำแข็ง ดร. นิโคคลื่นจากอัลเฟรดเวเจเนอร์สถาบันอธิบายว่า: “ในตอนท้ายของฤดูร้อนเรายังคงพบมากของสาหร่ายน้ำแข็งยังคงอยู่และสามารถวัด ปริมาณได้โดยใช้ภายใต้น้ำแข็ง ROV ปกเพิ่มขึ้นบ่อละลายอนุญาตให้ไฟขึ้นไป. ซึมน้ำแข็งและทำให้สาหร่ายเติบโตได้เร็วขึ้น. ” อย่าง ไรก็ตามตั้งแต่น้ำแข็งได้กลายเป็นน้ำมันทินเนอร์มากในปีที่ผ่านมาและ อาร์กติกมากอบอุ่นสาหร่ายน้ำแข็งจะละลายออกได้อย่างรวดเร็วจากน้ำแข็งและจม “เรา ก็สามารถที่จะแสดงให้เห็นถึงเป็นครั้งแรกที่ร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ที่เกี่ยวข้องในกลางอาร์กติกทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วในระบบนิเวศทั้ง หมดลงไปใต้ท้องทะเลลึก” สรุป Boetius ผู้เขียนนำ ทะเลลึกได้รับการเพื่อให้ห่างไกลมองว่าเป็นระบบที่ค่อนข้างเฉื่อยได้รับผล กระทบจากภาวะโลกร้อนเพียงชั่วขณะที่มีความล่าช้ามาก ความ จริงที่ว่ากระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์สาเหตุมาจากเงินฝากสาหร่ายสามารถ สร้างจุดซิกในพื้นทะเลลึกภายในหนึ่งฤดูกาลเตือนนักวิจัย: “เราไม่ทราบว่ายังว่าเราได้สังเกตเห็นปรากฏการณ์ครั้งเดียวหรือไม่ว่าการส่ง ออกสาหร่ายนี้จะยังคงสูง ในปีที่ผ่านมา. ” การคาดการณ์ในปัจจุบันโดยแบบจำลองภูมิอากาศสมมติว่าในช่วงฤดูร้อนน้ำแข็งฟรี อาจเกิดขึ้นในแถบอาร์กติกในปีถัดไป Boetius และทีมงานของเธอเตือน: “เรายังคงเข้าใจไกลน้อยเกินไปเกี่ยวกับการทำงานของระบบนิเวศอาร์กติกและความ หลากหลายทางชีวภาพและการผลิตเพื่อให้สามารถที่จะประเมินผลกระทบของการลดลง ของน้ำทะเลน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว.” ปฏิกิริยา ระยะสั้นของระบบนิเวศทะเลลึกไปสู่การเปลี่ยนแปลงในปกทะเลน้ำแข็งและผล ผลิตมหาสมุทรขณะนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์โดย ทีมสหสาขาวิชาชีพของนักวิจัยทั่ว ดร. Antje Boetius จากอัลเฟรดเวเจเนอร์สถาบัน (AWI) Helmholtz [...]

การปลูกพีชเกื้อหนุน

Sunday, February 24th, 2013

นักวิจัยได้ศึกษา 77 ชุมชนพืชอัลไพน์ในห้าทวีปรูปของพืชเบาะเหมือนมีการพัฒนามากกว่า 50 ครั้งเป็นอิสระในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของพืชสูงกว่าและสามารถพบได้ในทุกที่สำคัญอัลไพน์ย่อยแอนตาร์กติกและภูมิภาคอาร์กติกทั่วโลก “ถ้าคุณเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างสายพันธุ์ในสายพันธุ์สระว่ายน้ำการศึกษาทั่วโลกพืชเบาะสร้างที่ไม่ซ้ำกันมากยิ่งขึ้น phylogenetically สังคมพืชที่รุนแรงขึ้นสภาพแวดล้อมกลายเป็นเมื่อเทียบกับสังคมพืชที่พบในพื้นดินที่อยู่ติดกันเปิด.” การวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินบางส่วนผ่านความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการระบบนิเวศในการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Becc) พื้นที่วิจัยเชิงกลยุทธ์ที่ริเริ่มโดยรัฐบาลสวีเดน พืชเบาะเป็นประเภทของพืชที่พบในพื้นที่เช่นอาร์กติกสภาพแวดล้อมและมีลักษณะที่โดดเด่นของพวกเขารอบรูปร่างเหมือนเบาะ การศึกษาใหม่ไฮไลท์การปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพืชเบาะและพืชอื่น ๆ ในที่รุนแรงที่สุดของสภาพแวดล้อมภูเขา “พืช เบาะสร้างสภาพแวดล้อมที่เพิ่มเติมที่ทำงานได้สำหรับสายพันธุ์อื่น ๆ และมีความสำคัญจึงสายพันธุ์หลักที่ให้เงื่อนไขพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการ ความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้นในที่สุดสภาพแวดล้อมเทือกเขาแอลป์” โรเบิร์ตBjörk, นิเวศวิทยาและนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยของกรมโกเธนเบิร์กของโลกอธิบาย วิทยาศาสตร์ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าเหล่านี้พืชเบาะสร้างสภาพแวดล้อม ในสถานที่ป้องกันไม่เอื้ออำนวยมากที่สุดสำหรับพืชบนโลกสำหรับสายพันธุ์ที่มี น้อยใจกว้างที่จะเน้น “เราได้แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมที่รุนแรงมาก ขึ้นเป็นมากขึ้นพืชเบาะทำเพื่อตอบโต้การลดความหลากหลายของสายวิวัฒนาการ. ความสัมพันธ์นี้จะไม่ได้รับการค้นพบถ้าเราไม่ประสบความสำเร็จในการมีปฏิ สัมพันธ์ระหว่างพืชฉลาด.”

เทคนิค ปลูกกล้วยไม้ ให้งาม

Wednesday, February 20th, 2013

สิ่งที่คุณควรจะหมั่นดูแลเอาใจใส่กล้วยไม้ เพื่อให้เค้าได้ผลิดอกสวยงามอย่างที่คาดหวังไว้นั้นมีหลัก ๆ ดังนี้< 1. วิธีการปลูก คุณต้องปลูกกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ให้เหมาะสมกับชนิดพันธุ์ เช่น รองเท้านารี เครื่องปลูกต้องเป็น อิฐมอญ ถ่าน หรือทรายที่ผสมกัน ไม่ใช่ดินล้วน ! 2. บริเวณที่นำกล้วยไม้ไปห้อยแขวนต้องได้รับแสงพอเพียง ไม่ร่มสนิดเกินไป ไม่ถูกแสงแรงเกินไป 3. น้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ ถ้าเป็นไปได้ควรจะเป็นน้ำที่ผ่านการพักในบ่อกักอย่างน้อย 1 – 2 คืน 4. ปุ๋ย ควรหมั่นให้ทุก ๆ 1 สัปดาห์ หากเจอแมลงหรือรารบกวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรให้ยาด้วย 5. หมั่นตรวจคอยดูแลว่ามีโรคแทรงแซงหรือไม่ หรือมีอาการป่วยผิดปกติ หากพบให้รีบแยกออกจากต้นอื่น ๆ โดยด่วน เทคนิค ปลูกกล้วยไม้ ที่จะเอ่ยถึงต่อไปนี้อาจเป็นอะไรใกล้ ๆ ตัวเราเองครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านเลี้ยงกล้วยไม้ไป ปลูกกล้วยไม้ ไปบางต้นก็สวยบางต้นก็ไม่สวย อาจเป็นเพราะเราอาจจะยังไม่เข้าใจว่า กล้วยไม้ของเราเค้าต้องการอะไร อย่างที่ได้แนะนำไปในหัวข้อแรกสุดนั่นคือให้เข้าใจกล้วยไม้เสียก่อนก่อนที่ จะนำกล้วยไม้มาปลูกเลี้ยงในสถานที่ของเรา หลายคนคงเข้าใจว่ากล้วยไม้ไม่ต้องรดน้ำก็อยู่ได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด [...]

ปุ๋ยสำคัญอย่างไร

Monday, February 18th, 2013

ธาตุอาหารแต่ละธาตุนั้นมีบทบาทอย่างไร ? ธาตุไนโตรเจน ช่วยสร้างความเจริญเติบโตทางใบ ทำให้กล้วยไม้ มีใบสีเขียวและใหญ่งาม ทั้งนี้เพราะไนโตรเจน เป็นส่วนประกอบสำคัญในโปรตีนของต้นไม้ แต่หากได้รับมากเกินไป จะทำให้กล้วยไม้เจริญแต่ทางใบอย่าง เดียว ยอดอ่อนสีเขียวจัด แต่ลำต้นอ่อนแอไม่มีแรงต้านทานโรค มักเกิดโรคง่าย โดยเฉพะโรคเน่ายอด ลำต้นไม่แข็ง แรงหักง่าย ไม่ค่อยออกดอกเพราะงามแต่ใบ แต่ทางตรงกันข้ามถ้าขาดธาตุนี้แล้ว จะทำใหใบเล็กซีดไม่มีสีเขียว ต้นแกรน ธาตุฟอสฟอรัส เป็นธาตุที่ช่วยให้ลำต้น แข็งแรง รากเจริญเร็ว และทำให้เกิดรากมาก ช่วยการแตกหน่อ ทำให้ ได้ดอกที่สมบูรณ์ มีผลดีในการผสมเกสร ทำให้เมล็ดแข็งแรง ถ้าขาดธาตุนี้ ต้นกล้วยไม้จะแคระแกรน มีรากน้อย หน่อใหม่ไม่สมบูรณ์ เล็กลีบ ออกดอกช้า แต่ถ้ากล้วยไม้ได้รับะตุนี้มากเกินไป จะทำให้ใบเล็กหดสั้น ลำต้นหดสั้นการ เจริญเติบโตผิดปรกติ ธาตุโปแทสเซียม เป็นธาตุที่ช่วยการเจริญเติบโตของหน่อและยอด ช่วยในการสะสมอาหารในลำต้น ในระยะที่ กล้วยไม้พักตัว ถ้าขาดธาตุนี้จะทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ลำต้นแคระแกรน แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะทำให้ลำ ต้นสั้น ข้อ ปล้องถี่ผิดปรกติ ใบแข็งแกร็น ใบหด ปลายใบแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาลไหม้เกรียม [...]

ชนิดของน้ำ

Friday, February 15th, 2013

  1. น้ำฝน แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักน้ำฝน แหล่งที่มาของมันคือความรู้วิทยา ศาสตร์เบื้องต้นที่เราได้เรียนกันสมัยวัยประถมนั่นเอง ว่ากันว่าน้ำฝนคือสิ่ง มหัศจรรย์ที่สุดที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้น แน่นอนมันมีบทบาทต่อกล้วยไม้ อย่างมหาศาล หากคุณเป็นคนช่างสังเกตละก็ ในช่วงฤดูฝนคุณจะพบว่ากล้วยไม้ นั้นเจริญเติบโตได้ดีกว่าฤดูอื่นเป็นไหน ๆ ในช่วงฤดูนี้เองที่รากของกล้วยไม้จะมี เจลใสห่อหุ้มอยู่ ด้วยเจลนี้ มันทำให้ปลายรากของกล้วยไม้เจริญเติบโตได้อย่าง รวดเร็ว ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในน้ำฝนมีธาตุในโตรเจนอยู่มาก ทำให้ส่งผลเป็นปัจจัย บวก เกี่ยวกับระบบการดูดซึมและถ่ายเวียน ของเหลว ภายในเซลของพืช โดย เฉพาะพืชอิงอาศัยอย่างกล้วยไม้ ในอดีตนั้นมักพบว่า บ้านเรือนต่าง ๆ ที่เลี้ยงกล้วยไม้จะใช้น้ำฝนในการรดน้ำกล้วยไม้เป็นหลัก แต่ในเมืองมักพบว่าน้ำฝนมีฤทธิ์เป็นกรดสูงซึ่งมีผลอันตรายต่อกล้วยไม้2. น้ำท่า คือน้ำ ที่เกิดจากฝนที่ตกลงมา แล้วไหลรวมอยู่ตามแหล่งน้ำใต้ดิน หรือน้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ห้วย หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ บ่อน้ำ ต่างๆ รวมถึงน้ำประปาด้วยในที่นี้ ถือว่าเป็นน้ำที่มีความสะอาดอยู่พอควร แบ่งย่อยออก ไปได้อีกตามด้านล่างนี้ 2.1 น้ำในแม่น้ำ บรรดา แม่น้ำใหญ่ๆ เช่น [...]

แสงสำคัญอย่างไร

Wednesday, February 13th, 2013

หลักการของการให้แสงกับกล้วยไม้ ๏ ให้แสงอย่างพอเพียงมากที่สุด ยึดหลัก “เท่าที่ต้นกล้วยไม้ทนได้” ยิ่งชั่วโมงที่กล้วยไม้ได้รับแสงมากเท่าใด นั่นหมายถึงว่า กล้วยไม้ยิ่งได้มีการปรุงอาหารกักเก็บไว้ได้มากขึ้นเท่านั้น *****ในอดีต การพรางแสงกล้วยไม้ทำโดยใช้ทางมะพร้าวในการพรางแสง แต่ทว่าทางมะพร้าวนั้นผุอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังเป็นที่อยู่ของแมลงศัตรูกล้วยไม้ ภายหลังจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้ระแนงแทน โดยใช้วัสดุเป็นไม้เนื้อแข็ง ตอกระแนงห่างกันเป็นซี่ วางห่างกันเป็นช่อง ๆ เพื่อให้ความเข้มของแสงลดลงและเงาของไม้ระแนงจะเฉียงไปเรื่อย ๆ ตามองศาของแสงกล้วยไม้จึงไม่ถูกแดดเผาเป็นเวลานาน ๆl ต่อมาซาแรนพลาสติกถือกำเนิดขึ้น มันเป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานนาน น้ำหนักเบา ใช้งานง่ายพรางแดดได้ดี แสงที่กระจายตัวสม่ำเสมอ และดูดซับความร้อนได้มาก ทำให้กล้วยไม้ได้รับแสงเต็มที่ การพรางแสงให้กับกล้วยไม้ที่เหมาะสมกับกล้วยไม้ ส่วนใหญ่ ทั่ว ๆ ไปใช้การพรางด้วยซาแรน ในโรงเรือนประมาณ ๕o-๗o% เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ๕ ปี ขึ้นไปควรตรวจดูแสงในโรงเรือนเพราะซาแรนจะบางลงทำให้แสงมากขึ้น อาจเป็นอันตรายกับกล้วยไม้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่   ภาพโรงเรือนไม้ระแนงที่สวนชิเนนทร *** หมายเหตุ ***ซาแรนพลางแสง ๔๐% หมายถึง แสงลอดผ่านได้ ๖๐% ที่เหลือ ๔๐% แสงลอดผ่านไม่ได้ สำรับการ [...]

การปลูกโอโนมานู

Monday, February 11th, 2013

โอโนมานู จัดได้ว่าเป็นสายหลวงชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศฟิลิปปินส์ ชื่อของ โอโนมานู ที่เราเรียกกันใน ปัจจุบันนั้นเริ่มต้นมาจากประเทศฮาวายครับ ชื่อของ โอโนมานู นั้นเพี้ยนมาจากคำว่า Honohono ซึ่งเป็นชื่อเรียกใน ท้องทิ่นของพืชวงศ์ผักปลาบชนิดหนึ่ง และด้วยผักปลาบชนิดนี้มีหน้าตาไปคล้ายคลึงกับ โอโนมานู ขณะยังไม่ทิ้งใบ ชาวฮาวายก็เลยเรียกกล้วยไม้ชนิดนี้เสียเลยว่า Honohono ไม่ก็ Okika honohono ครับ ซึ่งพอกล้วยไม้ชนิดนี้เข้ามา ในเมืองไทยเลยโดนกร่อนเสียงจนกลายเป็นคำว่า โอโนมานู ไม่ก็เรียกสั้น ๆ กันว่า โอโน นั่นเองครับ เมื่อเราลองมาสังเกตุดูรูปร่างหน้าตาของ โอโนมานู กับ สายหลวงของไทยและลาวแล้ว เจ้า โอโนมานู คงต้อง แปลกกว่าอย่างแน่นอน เนื่องจากลักษณะดอกของเจ้า โอโนมานู จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย สีสันชมพูชัดกว่า บริเวณปาก โอโนมานู จะมีปากที่ม้วนกลม ปกปิดด้วงตากลมแดงไว้ด้านใน และมีปลายจวักแหลมเล็กน้อยตรงปลาย ปาก ในขณะที่ สายหลวงไทย และสายหลวงลาว ปากจะบานกว้าง ออกเผยให้เห็นดวงตากลมแดงชัดเจน เว้นแต่สายหลวงใต้บ้านเราที่ปากจะม้วนคล้าย โอโนมานู แต่สีสันและขนาดของดอกกลับด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด [...]

เอื้องแปรงสีฟัน

Thursday, February 7th, 2013

ในบ้านเรานั้นสามารถพบเห็น เอื้องแปรงสีฟัน ได้เกือบทุกแหล่งป่าไม้ในประเทศไทย ด้วยนิสัยที่สามารถเติบโตได้ดีแม้ภูมิอากาศแห้งแล้ง เอื้องแปรงสีฟัน จึงมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางคลอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ของเทืองเขาหิมาลัย จีน พม่า ไทย อินโดจีน และภูมิภาคเอเชีย ลักษณะดอกของ เอื้องแปรงสีฟัน มีขนาด เล็กกระจุกอยู่บริเวณก้านดอกรูปร่างคล้ายแปรง มีสีสันตั้งแต่ สีชมพูอ่อน ไล่โทนไปหาสีบานเย็นเข้ม แต่บางต้นก็ให้สีสันที่ประหลาดออกไปเช่นสีขาว หรือ ที่เราเรียกกันว่า กล้วยไม้เผือก ซึ่งเป็นสีที่หาพบได้ไม่บ่อยนักในกล้วยไม้แต่ละสายพันธุ์ เอื้องแปรงสีฟัน มักจะให้ดอกบริเวณปลายยอดของลำต้น โดย 1 ลำ สามารถให้ดอกได้ตั้งแต่ 1 – 3 ช่อ ผลิดอกบานในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ – เมษายน โดยก่อนให้ดอก เอื้องแปรงสีฟันจะทิ้งใบพักตัวในช่วงฤดูหนาวก่อน และเมื่อหลังจากผลิบานดอกแล้ว ก็จะแทงหน่อใหม่ในช่วงฤดูร้อนเข้าฝนพอดี เอื้องแปรงสีฟัน จัดอยู่ในกล้วยไม้กลุ่มสกุล Dendrobium หรือ หวาย มันเป็นกล้วยไม้ที่รู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็นนักเล่นกล้วยไม้เก่าหรือใหม่ ด้วยลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เอื้องแปรงสีฟัน จึงได้รับฉายาหลากหลายมากมาย อาทิเช่น แปรงสีฟันพระอินทร์, เอื้องหงอนไก่, คองูเห่า [...]

แวนดา สปาธูลาตา

Tuesday, February 5th, 2013

ฤดูกาลให้ดอกของ สปาธูลาตา สปาธูลาตา มักให้ดอกในช่วงท้ายปี ไปจนถึง ต้นปี ซึ่งจะอยู่ราว ๆ ธันวาคม – กุมภาพันธ์ การปลูกเลี้ยง สปาธูลาตา สำหรับผมแล้ว หลังจากได้รู้จักกับเจ้า สปาธูลาตา ที่สวนของคุณชิเนนทร ทำให้ผมรู้สึกว่า สปาธูลาตา ไม่ได้เป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงยากอย่างที่คิด สปาธูลาตา มีนิสัยที่ชอบแสงแดดมาก ๆ ที่สวนชิเนนทร ปลูกเลี้ยงโดยได้รับแสงแดดเต็มที่ 100% ตลอดวัน สปาธูลาตา สามารถเติบโตชูก้านแตกใบสวยงาม เมื่อลองนำ สปาธูลาตา ไปเลี้ยงในร่ม กลับพบว่าใบและต้นอวบสวยขึ้นแต่ทว่า สปาธูลาตา กลับ ไม่ยอมให้ดอก อาจเป็นเพราะว่า สปาธูลาตา เป็นกล้วยไม้ที่ชอบแสงจัดก็เป็นได้การนำไปเลี้ยงในร่มจึงทำให้สปาธูลาตาไม่ สามารถเก็บกักตุนอาหารไม่เพียงพอ ในธรรมชาติเช่นก็เช่นเดียวกัน ในตำรา กล้วยไม้ต่างแดนหลายเล่มบันทึกไว้ว่าพบสปาธูลาตาในบริเวณโล่งแจ้ง เติบโตได้ดีในเขตร้อน ” แวนดา สแปธูลาต้า (Vanda spathulata) เป็นแวนดาใบแบนที่มีรูปทรงต้นแปลกกว่าแวนดาใบแบนชนิดอื่น มีทรง ต้นคล้ายกล้วยไม้สกุล อะแรคนิส (Arachnis) และ [...]

ตอติเล

Sunday, February 3rd, 2013

  ภาพ ตอติเล ในราวประกวดกล้วยไม้ที่ตลาดคำเที่ยง เชียงใหม่ ในบ้านเรา ตอติเล ถูกเรียกในอีกหลาย ๆ ชื่อ เช่น เอื้องไม้ตึง เอื้องตีนนก และ เก๊ากิ่วแม่สะเรียง ซึ่งชื่อเรียกในแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างออกไปนี้อาจจะมีที่มามาจากรูปลักษณ์ ของดอก หรือสถานที่ที่พบ ตอติเล ก็เป็นได้ครับ ลักษณะทั่วไปของ ตอติเล เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย มีลำลูกกล้วยสูงประมาณ ๑๐ – ๓๐ เซนติเมตร โคนเรียวคอด แตกหน่อเจริญเติบโตทางด้านข้าง ใบออกเรียงสลับตามข้อต้น ออกดอกตามข้อใกล้ปลายยอด โดยตาดอกหนึ่งดอกจะให้ดอก ๒ – ๓ ดอก กลีบดอกเป็นสีม่วงอมชมพู โดยมีกลีบปากห่อคล้ายปากแตร มีลักษณะเป็นสีขาวนวลและมีเส้นสีม่วงขีดเป็นลายอยู่ ดอกกว้าง ๖ – ๗ เซนติเมตร ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายนของทุกปี ดอกของ ตอติเล มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลองมาเอ่ยถึงเอื้องสายที่ให้ดอกหน้าตาแปลกๆแล้วละก็ คงต้องยกให้เจ้า ตอติเล กันละครับ [...]