พรรณไม้ต่างๆ การปลูกต้นไม้

เอื้องสายหลวง

by admin - December 16th, 2012.
Filed under: Orchids, พรรณกล้วยไม้, เพาะพันธุ์ไม้. Tagged as: , , , .

ในบรรดาเอื้องสาย สายหลวง นับเป็นเอื้องสายที่มีลักษณะของดอก หลากหลายที่อาจจะแตกต่างกันมากกว่า 10 รูปแบบ ในภาคเหนือเราอาจจะพบกับ สายหลวง ที่มีดอกกลมโต สีชมพูหวานสวยมีตากลมใหญ่เต็มปากหรืออาจจะพบกับ สายหลวง ที่มีปากบานใหญ่ กลีบดอกเล็กในแถบเขาขุนตาน

และที่ดูเหมือนจะแปลกที่สุด คงจะเป็น สายหลวง ของภาคใต้บ้านเรา มันมีลักษณะดอกที่พิลึกกึกกือ เมื่อสังเกตุที่ ผิวปากของเจ้า สายหลวง ชนิดนี้ เราจะพบว่ามันมีขนหยุบหยับเต็มไปหมด เมื่อเทียบกับ สายหลวง ปกติ ลำของมันเล็ก เรียว ไม่ต่างอะไรไปจากเอื้องสายอื่น ๆ รูปร่างของลำ ต้นเล็กเพรียว ให้ดอกเพียงกระจุ๋มกระจิ๋มเพียงเล็กน้อยพอหอมปาก หอมคอตรงบริเวณปลายลำเท่านั้น ขนาดของดอกนั้นเล็กกว่า สายหลวง ภาคเหนือ แต่ลักษณะสีสัน ยังคงชมพูหวาน คงเอกลักษณ์ของ เอื้อง สายหลวง อยู่นั่นเอง

เอาละอ่านมาถึงตรงนี้ เราไปดูลักษณะ สายหลวง ที่พบเห็นกันบ่อย ๆ กันเลยดีกว่า เลื่อนเม้าตามลงมาเลยครับ
เอื้องสายหลวงไทย
เอื้องสายหลวงไทย ลักษณะจะคล้ายคลึงกับ เอื้องสายหลวงลาว เป็นอย่างมาก แต่จะมีอีกประเภทหนึ่งที่ดูได้ง่ายคือต้นที่มีลักษณะตาดอกแดงก่ำแบบต้นในภาพ เอื้องสายหลวงไทยโดยทั่วไป จะพบว่า ลักษณะ จงอยปากของดอกกล้วยไม้นั้น จะมีลักษณะแหลมเรียวคล้ายกับช้อนที่มีปลายแหลม ในขณะที่ของลาว จงอยปากจะบานกว้างออก ลำลูกกล้วยของ เอื้องสายหลวงไทย จะมีลักษณะแข็งค่อนข้างเป็นตรง ไม่หักงอ โค้งซิกแซกไปมาเหมือน เอื้องสายหลวงลาว แต่บางครั้งเราก็พบว่า เอื้องสายหลวงลาว ลำตรง ๆ ก็มีเช่นกันครับ เมื่อหัดสังเกตุและลองเลี้ยงไปสักพักแล้ว ผู้เลี้ยงจะเริ่มรู้จุดสังเกตุและเข้าใจในความต่างตรงนี้เองครับ ลองศึกษาดูนะครับ

เอื้องสายหลวงลาว
เอื้องสายหลวงลาว ลักษณะของปากดอกจะบานกว้างออก คล้ายกับทัพพี ครับ ปากของเค้าจะบาน ๆ ตาสีเข้มกลมโต และกลีบดอกผายผึ่งกว่าสายหลวงไทย ลำของเอื้องสายหลวงลาวที่มาจากปาก สังเกตุได้ว่า จะมีลักษณะลำหักงอ เป็น เส้นซิกแซก สลับซ้ายขวาคล้ายกับฟันปลา แต่ก็ไม่เสมอไป บางต้นที่มาจากป่าสมบูรณ์ลำต้นก็จะอวบใหญ่ กลมและตรง คล้ายกับของไทยก็มีครับ

การปลูกเลี้ยง สายหลวง
สายหลวง เป็นหวายที่เลี้ยงไม่ยาก เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ที่ทนสภาพอากาศร้อนได้ และให้ดอกในพื้นที่ราบได้เมื่อถึง ฤดูกาล การดูแลเจ้า สายหลวง จึงไม่ยุ่งยากนัก โดยปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

กรณีไม้ออกขวด
- ให้นำลูกไม้ออกขวดนั้น ปลูกลงในสเฟกนั่มมอส หรือ วัสดีที่มีสะสมความชื้นได้ทันที เนื่องจากรากของกล้วยไม้สกุลหวาย จะแห้งได้โดยง่าย หากนำผึ่งในตะกร้าโดยไม่มีเครื่องปลูก จะแห้งตายในที่สุด
- หลังจากนี้ให้ดูแลควบคุมความชื้นให้ดี อย่าให้แฉะจนเกินไป ให้ลูกไม้อยู่บริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับ
- ฉีดพ่นปุ๋ยอ่อน ๆ ได้ ใช้สูตรเสมอ สลับกับสูตรตัวหน้าสูง เช่น 21-21-21 สลับกับ 30-20-10
- หลังจากผ่านไป 8 – 9 เดือน ลูกไม้จะโตขึ้นมาก และเริ่มทิ้งใบ อย่าตกใจ เนื่องจากเข้าสู่ฤดูพักตัวก่อนให้ดอก เมื่อพ้นปีแล้ว ลูกไม้ที่ทิ้งใบนี้จะแทงหน่อใหม่ หากกินอิ่มหนำสำราญดี หน่อใหม่จะโตกว่าเดิมหลายเท่าตัว และพร้อมให้ดอกในปีถัดไป
*****ในฤดูฝน พึงระวัง หากฝนตกทุกวัน ลูกไม้อาจจะเน่าตายได้ ให้พ่นยากันราอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์/ครั้ง
เอื้องสายหลวงใต้
เอื้องสายหลวงใต้ เป็น สายหลวง ที่มีลักษณะแปลกสุดในบ้านเราครับ ลักษณะปากของเค้า จะมีขนปกคลุมอยู่ และปากของเค้า จะห่อเป็นกรวย ไม่คลี่บานออกเหมือน เอื้องสายหลวงลาว และ เอื้องสายหลวงไทย ลำของเค้าจะมีลักษณะเล็กเรียวไม่อวบอ้วน แตกตะเกียงง่าย นอกจากนี้ เอื้องสายหลวงใต้ยังพบว่ามีลักษณะของดอก 2 แบบ ดั่งเช่นภาพด้านบน ด้านซ้ายสุดคือ แบบที่มีลักษณะดอกพื้นขาว และปากม่วง และ แบบถัดมาที่พบได้ทั่วไปตามท้องตลาดคือปากห่อมีขนครับ

นอกเหนือจาก สายหลวง ที่มีลักษณะสีสันทั่วไปแล้ว เรายังพบว่ามี สายหลวง ที่มีลักษณะของดอกพิเศษอีก 2 กลุ่ม คือ ชนิดที่มีสีขาวล้วน หรือ ที่เราเรียกกันว่า เอื้องสายหลวงเผือก และชนิดที่มีตาสีแดง หรือ ม่วง และมีกลีบดอกเป็นสีขาวล้วน เราเรียกชนิดหลังนี้ว่า เซมิอัลบา หมายถึง ลักษณะ ของ
กรณีไม้ที่ได้มาเป็นต้นโตแล้ว
- ให้นำ สายหลวง ปลูกติดขอนไม้ หรือ กระเช้าก็ได้ครับ หากปลูกติดขอนให้ห้อยหัว สายหลวง ลง การปลูกติดขอนไม้ต้อง มีกาบมะพร้าวที่แช่น้ำมาแล้วอย่างน้อย 2 คืน มาแปะรองระหว่างรากกับขอนไม้ และมัดให้แน่น ความชื้นจากกาบ มะพร้าวจะช่วยให้รากใหม่แตกเร็วขึ้น และโตเร็วกว่านำ สายหลวง แปะลงบนขอนไม้เปล่า ๆ ครับ
- หากลงกระเช้า ให้จับลำต้นขึ้น ใช้ฟิว หรือ เชือกฝาง บรรจงมัดลำที่ตั้งขึ้น ให้ยึดกับลวดแขวน เครื่องปลูกเป็นมะพร้าวสับ ที่ผ่านการแช่น้ำมาแล้วอย่างน้อย 2 คืน จะช่วยให้รากแตกตาใหม่เร็วขึ้นครับ
***บางครั้งก็มักได้ยินเรื่อง ฮอโมนเร่งราก ซึ่งก็ได้ผลดีครับ แต่หากน้ำดีปุ๋ยถึงละก็ ไม่จำเป็นเลยเพราะในปุ๋ยที่เราใช้นั้น มีการผสมฮอร์โมนตัวนี้ลงไปเรียบร้อยแล้วละครับ