พรรณไม้ต่างๆ การปลูกต้นไม้

ดอกกระทิง

by admin - November 22nd, 2012.
Filed under: Uncategorized. Tagged as: , , , .

ชื่ออื่นๆ :     กากะทิง (ภาคกลาง)  ทิง (กระบี่)  เนาวกาน (น่าน)  สารภีทะเล (ระยอง ประจวบคีรีขันธ์)  สารภีแนน (ภาคเหนือ)
ชื่อสามัญ :     Alexandrian laurel, Beautiful – leaf, Bornero mahogany, Indian laurel
ชื่อวิทยาศาสตร์ :     Calophyllum inophyllum Linn.

กระทุ่มนา
ชื่ออื่นๆ :     กระทุ่มดง (กาญจนบุรี)  กระทุ่มนา  กระทุ่มน้ำ (กลาง)  กาตูม (เขมร-ปราจีนบุรี)  ตำ (เขมร-สุรินทร์) ตุ้มแซะ ตุ้มน้อย  ตุ้มน้ำ (เหนือ)  ถ่มพาย (เลย)  ท่อมขี้หมู (สงขลา)  ท่อมนา (สุราษฎร์ธานี) โทมน้อย (เพชรบูรณ์) กระท่อมขี้หมู
ชื่อสามัญ :
ชื่อวิทยาศาสตร์ :     Mitragyna diversifolia Wall. Ex. G. Don.
วงศ์ :     Rubiaceae
ถิ่นกำเนิด :     ไทย อินเดีย จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย
ลักษณะทั่วไป :     เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง – ใหญ่ ทรงพุ่มกลมคล้ายเห็ดใกล้บาน แตกกิ่งก้านมากตั้งแต่โคนต้น
ฤดูการออกดอก :     ในรอบปีที่ผ่านมาที่สวนไม้หอมฯ ออกดอก มิ.ย. – ก.ค. ดอกทยอยบานกระจายทั่วต้น
เวลาที่ดอกหอม :     กลิ่นหอมอ่อนตลอดวัน
การขยายพันธุ์ :
เพาะเมล็ด สามารถทำได้แต่ใช้เวลานานกว่าการตอนกว่าจะได้เห็นดอก แต่ก็มีข้อดีที่มีระบบรากแก้วที่แข็งแรงกว่าและทรงต้นที่สวยกว่า
การตอนกิ่ง เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ง่ายที่สุด จากการทดลองอัตราการออกรากสูงมาก 80 – 100%
ปักชำ ยังไม่มีข้อมูล
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :
สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่ชายน้ำ
ทรงพุ่มสวยงามโดยไม่ต้องมีการตัดแต่ง
ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน (3 ปีย้อนหลังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช)
ข้อแนะนำ :
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ต้องการพื้นที่ในการเจริญเติบโตมาก ผู้รวบรวมเคยพบที่สมุทรสงคราม รัศมีทรงพุ่มไม่ต่ำกว่า 5 ม. สูงกว่า 10 ม.
การปลูกบริเวณพื้นที่ริมน้ำจะเจริญเติบโตได้ดีมาก
การปลูกในที่มีแดดไม่พอเพียงจะทำให้ได้ต้นที่มีทรงพุ่มไม่สวยงาม
ความสำคัญในด้านเศรษฐกิจมีไม่มาก แต่ในด้านการอนุรักษ์ก็ไม่ควรมองข้ามเนื่องจากไม้ชนิดนี้กำลังลดปริมาณลงเรื่อยๆ
ผู้ที่สนใจเริ่มปลูกไม้หอมและดินที่ปลูกไม่ดีนักและมีน้ำเพียงพอก็สามารถปลูกได้ แต่ไม่ควรปลูกมากเนื่องจากเป็นไม้หอมที่ไม่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
ข้อมูลอื่นๆ :
ใบ เมื่อเคี้ยวมีรสขม มีอัลคาลอยด์หลายชนิด ช่วยลดความดันโลหิตและออกฤทธิ์กดประสาทและกล้ามเนื้อในสัตว์ทดลอง
เปลือกต้น รสฝานร้อน รักษาโรคผิวหนังทุกชนิด แก้มะเร็งคุดทะราด แก้บิดมูกเลือด
วงศ์ :     Guttiferae (วงศ์กระทิง)
ถิ่นกำเนิด :     ประเทศแถบอินโดจีน เช่น ไทย พม่า ศรีลังกา ลาว เขมร มาเลเชีย เวียตนาม อินเดีย
ลักษณะทั่วไป :     ไม้ต้นขนาดใหญ่  สูง 10 – 20 ม. ชอบแดดจัด ทรงพุ่มกลม ทรงพุ่มขว้าง 5 – 10 ม.  ใบสีเขียวเข้ม  เส้นใบสีอ่อน ความกว้าง 4 – 6 ซม. ยาว 5 – 15 ซม. ใบแน่นทึบ ดอกเป็นช่อ ทยอยบานตั้งแต่โคนช่อถึงปลายช่อดอก ผลกลมมากคล้ายลูกปิงปองขนาด 2 – 2.5 ซม. สีเขียวอ่อน เมล็ดมีเปลือกแข็ง ชอบดินทรายระบายน้ำดี แต่ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ถ้าได้รับน้ำมากพอใบจะเป็นมันสวยงาม
ฤดูการออกดอก :     ที่สวนไม้หอมของฝ่ายปฏิบัติการวิจัยฯ ออกดอกตลอดปี
เวลาที่ดอกหอม :     หอมอ่อนตลอดวัน (ช่วงเวลาที่อากาศเย็นจะหอมมากกว่าช่วงอากาศร้อน)
การขยายพันธุ์ :
เพาะเมล็ด ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ด มีข้อดีที่ รูปทรงสวยงาม ดูแลง่าย แต่ต้องใช้เวลานานในการปลูก ประมาณ 3 ปีจึงจะออกดอก
การตอนกิ่ง ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงออกราก ต้นที่ได้จากการตอนมีข้อดีที่ออกดอกเร็วภายใน 3 – 6 เดือนหลังตัดกิ่งตอนปลูก
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :
ใบไม่ร่วงง่ายและเป็นมันเงา ทนดินเค็ม แดดจัด และลมแรงได้ดี ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน ปลูกได้ตั้งแต่ชายทะเลถึงบนเขาสูง ควบคุมการออกดอกได้ด้วยการควบคุมการให้น้ำและการใส่ปุ๋ยที่ถูกต้อง
ข้อแนะนำ :
ไม่ควรปลูกพันธุ์ไม้นี้ใกล้อาคาร เพราะระบบรากแข็งแรงทำความเสียให้กับอาคารได้เหมือนต้นไทร
นิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงา และชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ
เป็นไม้ทีมีการเจริญโตค่อนข้างช้า สามารถปลูกเป็นไม้กระถางได้ (กิ่งที่ได้จากการตอน)
การตัดแต่งพันธุ์ไม้ชนิดนี้ต้องระมัดระวัง เนื่องจากมีน้ำยางสีเหลืองที่เป็นพิษอยู่ทั่วไปทั้งต้น
ข้อมูลอื่นๆ :
กระทิง  เป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดระยอง
ดอก ปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ
เมล็ด มีน้ำมันใช้ทาถูนวดแก้ปวดข้อ เคล็ดบวม รักษาโรคเรื้อน
ใบ ใช้ใบผสมกับน้ำสะอาดล้างตา
เนื้อไม้ ใช้ทำเครื่องเรือนได้