พรรณไม้ต่างๆ การปลูกต้นไม้

กล้วยไม้ part1

by admin - November 11th, 2012.
Filed under: พรรณกล้วยไม้. Tagged as: , , , .

ดอกของพืชวงศ์กล้วยไม้ มีลักษณะพิเศษต่างจากดอกของพืชวงศ์อื่นๆ ซึ่งเราสามารถนำมาเป็นหลักสำคัญในการจำแนก กล่าวคือ ดอกกล้วยไม้ทุกชนิด มีกลีบนอก หรือกลีบเลี้ยง (sepal) จำนวน 3 กลีบ แต่ในกล้วยไม้ บางชนิด กลีบนอกนอกนี้ อาจเชื่อมติดกัน หรือลดรูปลดจำนวนลง แต่มีเป็นส่วนน้อย ส่วนกลีบดอก หรือกลีบใน (petal) มี 3กลีบ โดยกลีบหนึ่งแปลงรูปไปเป็นกลีบปาก หรือกระเป๋า (lip/ labellum)

กล้วยไม้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเช่น เดียวกับพวก หญ้า ขิง ข่า ฯลฯ ลำต้นและใบมักอวบน้ำ ลำต้นมักมีข้อและ ปล้องชัดเจน ไม่มีเนื้อไม้ จึงไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นไม้ยืนต้น เช่นพืชใบเลี้ยงคู่ได้ กล้วยไม้แทบทุกชนิดเป็นพืชขนาดเล็กหรือเล็กมาก เมื่อเทียบกับพืชวงศ์อื่นๆ บางชนิดเป็นพืชล้มลุก บางชนิดมีลำต้นเป็นเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน สร้างใบหรือดอกเพื่อแพร่พันธุ์ในฤดูกาลที่เหมาะสม ก่อนลงหัวหรือยุบตัวเพื่อพักตัวในฤดูแล้งส่วนบางชนิดมีการเจริญเติบโตต่อ เนื่องไปเรื่อยๆอาจเจริญทางยอดหรือแตกต้นใหม่จากตาข้างซึ่งอาจเรียกได้ว่า กล้วยไม้เป็นไม้เนื้ออ่อน อายุยืน
กล้วยไม้แยกเป็น 2 จำพวกใหญ่โดยดูจากสภาพการขึ้นอาศัย อันได้แก่ กล้วยไม้ดิน (Terrestrail Orchid) ที่ขึ้นอยู่ตามพื้นป่า และกล้วยไม้อากาศ (Epiphytic Orchid) ที่ขึ้นเป็นพืช อิงอาศัยเกาะตามกิ่งไม้ หรือ บนโขดหิน (Lithophytic Orchid) ซึ่งกล้วยไม้อากาศจะพัฒนาระบบราก ที่สามารถเกาะบนผิววัตถุ เช่นเปลือกไม้ ซอกหิน และอิงอาศัยเพียงดูดกินธาตุอาหาร ที่ละลายปนมากับน้ำค้าง น้ำฝน โดยมิได้รบกวนเบียดเบียนดูด น้ำเลี้ยงจากพืชที่ให้อาศัยเหมือนพวก “พืชกาฝาก” (Parasitic Plant) นอกจากนี้กล้วยไม้บางชนิดยังใช้ส่วนรากทำหน้าที่สังเคราะห์ อาหารด้วยแสง เช่นเดียวกับใบได้อีกด้วย

ก้านเกสรทั้งเพศผู้ เพศเมีย รวมเป็นอันเดียวกันอยู่กลางดอกเรียกว่า เส้าเกสร(column) รังไข่ของกล้วยไม้อยู่ใต้ส่วนล่างของดอก ไข่ (ovule) อยู่เรียงกันบน รก (placenta) ซึ่งมีอยู่ 3 แถว ยาวไปตามแนวผนังรังไข่ เมื่อไข่ได้รับ การผสม ก็เจริญขึ้นเป็นเมล็ด และเมื่อผลแก่จัดก็จะแตกแยกกัน ตามรอยประสานทั้งสามบนฝักกล้วยไม้ ปล่อยให้ผงเมล็ดปลิวแพร่กระจายไปตามกระแสลม เมล็ดกล้วยไม้มีขนาดเล็กมากๆ ผลหนึ่งๆ อาจมีเมล็ดกล้วยไม้หลายพันหลายหมื่นเมล็ด
ละอองเรณู ของกล้วยไม้มิใช่เป็นผงธุลีดังเช่น ของพันธุ์ไม้อื่นๆ เว้นแต่กล้วยไม้บางชนิด ในจำพวกกล้วยไม้ดิน “นางอั้ว”( Habenaria spp.) แต่ส่วนใหญ่ในกล้วยไม้ทั่วๆไป ละอองเกสรจะรวมกันเป็นกลุ่มๆ เรียกว่า กลุ่มเรณู (pollinia) กลุ่มเรณูหนึ่งๆจะมีเรณูจำนวนหลายพัน อับเรณู หนึ่งๆจะมีกลุ่มเรณูจำนวน 2,4 ,6 หรือ 8 กลุ่มสุดแล้วแต่ชนิดกล้วยไม้ กลุ่มเรณู แต่ละกลุ่มนี้ต่างก็มีติ่ง(appendag) เชื่อมติดกัน บางที ก็ติดอยู่ที่ปลายก้าน อันเกิดมาจากเยื่อบุภายในตุ่มเกสรนั้น ก้านนี้เรียกว่า ก้านกลุ่มเรณู (caudicle / stip) ลักษณะการวางรวมกลุ่มเรณูนี้เป็นลักษณะ สำคัญประการหนึ่ง ที่ใช้จำแนกพันธุ์กล้วยไม้ ช่องว่างภายในอับเรณู อันเป็นที่ตั้งของลุ่มเรณูนี้เรียก ว่า ไคลแนนเดรียม(clinandrium) ช่องว่างนี้มักมีฝาครอบปิดด้านหน้าเรียกว่า ฝาอับเรณู(anther cap /operculum) ด้านใต้ของช่องอับเรณูมักเป็นที่ตั้งของ แอ่งเกสรเพศเมีย (stigma) ส่วนต่างๆดังกล่าวนี้เกิดอยู่ที่ปลายเส้าเกสร